X

ชีวิตที่หายไป 2 ปี ‘ฟิล์ม รัฐภูมิ’ ตอบปมขอค่าเลี้ยงดูคืน

น้ำตาร่วง! อนาคตดับ นั่งรถเมล์ไปรับจ้างล้างจาน
ชีวิตที่หายไป 2 ปี ‘ฟิล์ม รัฐภูมิ’ ตอบปมเรียกค่าเลี้ยงดูคืน ลั่น “เวลาพิสูจน์แล้ว”

ฟิล์มเล่าว่าผมต้องพาคุณแม่ผมไปด้วย เพราะผมต้องอยู่ติดกันตลอดเวลา พอผมพาคุณแม่ไปด้วย ค่าใช้จ่ายมันก็เลยเพิ่มขึ้นไปด้วย ทั้งค่าใช้จ่าย ค่ากิน ที่พัก ผมเลยต้องมาทำงานล้างจานที่ร้านอาหารไทยด้วย ตอนนั้นผมก็เรียนเช้าแล้วก็ทำงาน

เพื่อที่จะได้มีรายได้มาเลี้ยงครอบครัวผมต้องส่งเงิuมาให้คุณพ่อ พี่ ป้า น้า อา ที่ประเทศไทยด้วยเพราะว่าตั้งแต่เล็กจนโต ผมจะเลี้ยงทั้งตระกูลอยู่แล้ว คือจริงๆ เงิuเก็บของผมมีอยู่แล้ว แล้วผมก็จะส่งเงิuเก็บของผมให้พวกเขาอยู่แล้ว แต่ว่าที่ผมต้องทำงานเพิ่มเติม

เพราะว่ารายได้จะได้ไม่ขาดตอน เพราะว่าเราไม่มีงานแสดงแล้ว เราก็ทำงานล้างจาน แล้วก็ทำงานทุกอย่างที่มันได้เงิu ปกติอยู่บ้านก็ล้างจานให้คุณพ่อคุณแม่อยู่แล้ว เราก็รู้สึกว่าเป็นเรื่องปกติ เราก็ชินกับตรงนั้น แต่ว่ามันจะไม่ชินกับการโดนคำดูถูกมากกว่า เพราะว่าเรื่องล้างจาน

ผมรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องสนุกนะครับ เพราะผมก็คุยอยู่กับคนในครัว หัดผัดบ้าง หัดทอด ช่วยกวาดพื้น เก็บโต๊ะ เก็บข.ยะ เป็นเรื่องปกติมากๆ เลย ซึ่งผมเข้าใจเลยว่าคนหน้ามืดแล้ววินาทีสุดท้ายชีวิตเป็นยังไง ผมก็นั่งท้อๆ อยู่ เราจะไปยังไง งานแสดงก็ไม่มี

ถูกพักงานเกือบๆ 2 ปี แล้วเหลือเวลาอีกเป็นปีกว่าเราจะได้มีโอกาสกลับไปทำงานใหม่ ทำอะไรก็ไม่ได้ วันๆ ล้างแต่จาน เราก็รีบโทรหาพี่ชายเลยว่าขายรถให้หมดเลย พี่ชายก็รีบขายรถให้ แล้วเขาก็รีบโoนเงิuส่วนหนึ่งมาให้เพื่อให้ผมประคองชีวิตต่อ

ถึงแม้กรณี ลูกชายของนักร้องนักแสดงสาว แoนนี่ บรู๊ค ที่ในเวลานั้นพระเอกนักร้องหนุ่ม ฟิล์ม รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ ถูกโยงว่าเป็นพ่อ และความจริงปรากฏภายหลังว่าไม่ใช่ จะผ่านไปนานแล้ว แต่ก็ยังถูกพูดถึงเรื่อยๆ

ล่าสุดข่าวดังกล่าวถูกนำมาพูดถึงอีกครั้ง และครั้งนี้แฟนคลับของ ฟิล์ม ก็ออกมาเรียกร้องความยุติธรรมผ่านทางทวิตเตอร์และเกิดแฮชแท็ก ขอความเป็นธรรมให้ฟิล์มรัฐภูมิ จนกลายเป็นกระแส

เรื่องมันผ่านไปนานแล้ว แต่คนกลับเอามารื้อฟื้นอีก มันกระทบกับเราแค่ไหน? “ในส่วนตัวคือผมเชื่อมั่นในตัวผมเองอยู่แล้วอย่างที่ผมบอกไปตั้งแต่วันแรก แต่ตอนนี้ผมอยากให้มันอย่าไปกระทบกับใครมากดีกว่า

เพราะจริงๆ แล้วมันเป็นความผิดของผู้ใหญ่ ซึ่งคนที่เขาไม่รู้เรื่องเขาอาจจะได้รับผลกระทบไปด้วย ในส่วนตัวผมถ้าแฟนคลับเขียนมาว่าคิดถึงผม ผมได้อ่านผมก็ดีใจ แต่อย่าไปว่าใครหรือไปกระทบใครเขามากครับ”

สบายใจขึ้นไหม? “มันอยู่ที่ตัวเราเองนะครับ ผมพูดเสมอว่าเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์เอง แล้ววันนี้มันก็ได้พิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็น แต่ตัวผมเองไม่ได้แสดงอาการว่าดีอกดีใจหรือไปตื่นเต้นอะไรกับข่าวมากนัก เพราะผมมองว่ามันอาจจะไปกระทบกับคนที่ไม่รู้เรื่อง”

เหมือนข่าวนี้จะยังไม่หลุดพ้นจากตัวเราออกไปเสียที คนก็ยังคงพูดถึงเรื่อย? “มันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ถ้าเราไม่ให้ความชัดเจนกับสังคมตั้งแต่ตอนแรก สังคมก็จะหยิบขึ้นมาพูดตลอดเวลา

แต่ ณ วันนี้ทุกอย่างมันชัดเจนขึ้น เขาก็ต้องเอาออกมาพูดอยู่แล้วเป็นเรื่องปกติ แต่ในส่วนตัวผมชัดเจนอยู่แล้วตั้งแต่วันแรก อาจจะนานหน่อยแต่ทุกวันนี้เรื่องก็ชัดเจนมากยิ่งขึ้นครับ”

พอความชัดเจนออกมาว่าเราไม่ได้เป็นพ่อของน้องจริงๆ จะมีการขอค่าเลี้ยงดูคืนไหม? “ไม่ครับ มันเป็นเรื่องที่ผ่านไปแล้ว วันนี้ต่างคนต่างมีชีวิตใหม่ ทำตัวให้ดี ทำประโยชน์ให้กับสังคม และทำทุกอย่างให้ดี แก้ไขในสิ่งที่เคยผิดพลาดและคึกคะนองกันมา”

กับชื่อเสียงที่เคยเสียไป เรารู้สึกยังไงบ้าง? “ตัวผมเฉยๆ ครับ ทุกวันนี้ผมรู้ตัวว่าผมทำอะไร สิ่งที่มันเกิดขึ้นมามันก็เป็นสิ่งที่เกิดจากการกระทำของผมเหมือนกัน

ผมก็เป็นส่วนหนึ่งที่เป็นต้นเหตุครับจะไปโทษฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก็ไม่ได้เพราะมันเป็นต้นเหตุด้วยกันทั้งนั้น แต่ ณ วันนี้เรารู้แล้ว เราก็แก้ไขปรับปรุงให้มันดีขึ้น ไม่เป็นไรครับ เริ่มกันใหม่ ทำงานกันใหม่”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *